เพราะว่า เมืองไท่ผิง(หรือเรียกอีกชื่อว่า เฮียลี่)นี้เป็นไท่ผิงที่อยู่ในมณฑลฝูเจี้ยนทางภาคใต้ของประเทศจีน น้อยคนนักที่จะรู้จัก เพราะไท่ผิงไม่ได้มีอยู่แค่มณฑลนี้มณฑลเดียว แต่ยังมีที่อื่นด้วย อย่าง ไท่ผิง หูหนาน ไท่ผิง อันฮุย เป็นต้น
ไท่ผิงเป็นเมืองที่อยู่ในมณฑลฝูเจี้ยนซึ่งอยู่ทางชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ติดทะเลของประเทศจีน อาณาเขตทางทิศเหนือติดกับมณฑลเจ้อเจียง ทิศใต้ติดกับมณฑลกวางตุ้ง ทิศตะวันออกติดกับช่องแคบไต้หวัน ทิศใต้ติดกับทะเลจีนใต้ เป็นชุมชนที่เงียบสงบและมีเสน่ห์ คนจีนหลายถิ่นมาอาศัยอยู่ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นจีนแต้จิ๋ว จีนฮกเกี้ยน จีนแคะ ฯลฯ ทำให้มีภาษาจีนหลากหลายสำเนียง
สำหรับการเดินทางมาไท่ผิง แนะนำให้เดินทางด้วยรถไฟ เพราะสะดวกและรวดเร็วครับ จากสถานี Shenzhen North ไปสถานี Zhao'an (สามารถจองตั๋วได้ที่ www.chinatraintickets.net/) ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ราคาตั๋วชั้นหนึ่ง 19$ ราคาตั๋วชั้นสอง 16$ ถ้าเดินทางจากฮ่องกง แนะนำให้นั่งรถไฟฟ้าจากฮ่องกงมาลงที่สถานี Lok Ma Chau เสร็จแล้วก็ทำเรื่องข้ามฝั่งไปเซินเจิ้นที่ตม.แล้วเดินข้ามฝั่งมา จากนั้นก็ไปนั่งรถไฟฟ้าหรือแท็กซี่บอกว่าไป Shenzhen North railway station (สำหรับภาษาจีนให้บอกว่า 去深圳北火车站 [ชวู่ เซิน เจิ้น เป่ย์ หั่ว เชอ จ้าน] แต่จะพูดภาษาอังกฤษก็ได้ครับเพราะที่เซินเจิ้นสามารถพูดได้ทั้งสองภาษาอยู่แล้ว สำหรับคนที่อยากฝึกพูดภาษาจีนครับ ^.^) สำหรับรถไฟฟ้าให้นั่งรถไฟฟ้าสายสีแดงจากสถานี Futian Checkpoint มาลงที่สถานี Shenzhen North Railway Station ห่างกัน 10 สถานี ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงครับ แต่ขอย้ำนะครับว่าควรไปถึงสถานีรถไฟก่อนเวลาที่รถไฟจะออกอย่างน้อย 1 ชั่วโมง มาถึงแล้วก็เรียกรถรับจ้างแถวนั้นได้เลยครับ แต่ถ้าเดินทางจากซัวเถาให้นั่งรถไฟจากสถานี Chaoshan ห่างกันเพียงป้ายเดียว ใช้เวลาครึ่งชั่วโมง ทั้งชั้นหนึ่งและสองราคา 3$
ขอแนะนำว่าถ้าไปเที่ยวไท่ผิงให้ฝึกภาษาจีนจนพูดได้เพราะที่ไท่ผิงและตามชนบทของจีนไม่ค่อยพูดภาษาอังกฤษ ถ้าพูดอังกฤษจะสิ่อสารลำบาก
เราไปชมภาพบรรยากาศกันเลยครับ.....
ภาพแรก เป็นความเป็นอยู่ของชาวไท่ผิงครับ บ้านเป็นตึกแถวหลายคูหาตามปกติของชนบทเมืองจีนน่ะครับ
นี่เป็นบ้านญาติครับ ทำร้านตัดเย็บเสื้อผ้า
ชุมชุนของคนไท่ผิงครับ จะค่อนข้างสงบเพราะเป็นชนบทต่างจากในตัวเมองครับ เหมาะสำหรับคนที่ชอบความสงบและชอบธรรมชาติ แนะนำให้มาเที่ยวที่นี่ครับ
จากที่ผมได้ชมสภาพความเป็นอยู่และเยี่ยมญาติแล้วก็ไปเช็คอินที่โรงเตี๊ยมเล็กๆแห่งหนึ่ง.....
โรงเตี๊ยมนี้ความจริงเป็นบ้านของเจ้าของ แต่เขามาทำให้เป็นโรงเตี๊ยม ภายในก็จะมีลักษณะเหมือนบ้านเลยละครับ ห้องนอนโดยรวมถือว่าโอเค ห้องที่ผมนอนใหญ่ดี ห้องน้ำส่วนใหญ่เป็นห้องนั่งยองๆ แต่ห้องผมโชคดีได้แบบมีชักโครก
เสร็จแล้ว ก็นอนเล่นอยู่ในโรงเตี๊ยม ตกเย็นญาติก็พาไปกินข้าว แล้วเยี่ยมชมบ้านญาติอีกหลังที่เป็นร้านขายเสื้อผ้า ผมสังเกตเห็นว่า บ้านของเขาเป็นแบบตึกแถวหลายคูหา ขายของเป็นส่วนใหญ่ แล้วก็กลับโรงเตี๊ยมนอน จบวันแรกของไท่ผิง
ผมตื่นขึ้นมาขณะที่อากาศสดชื่นได้ที่เลย ภารกิจแรกคือ เดินไปที่บ้านญาติเพื่อกินข้าว และนี่คือ ภาพบรรยากาศระหว่างเดินครับผม
ตะวันทอแสง...^ ^
อาหารเช้าก็สไตล์จีนแหละครับ ข้าวต้ม ไช้โป๊ว ซาลาเปา เสี่ยวหลงเปา หมั่นโถว ปาท่องโก๋(อิ่วจาก้วย)แต่ซาลาเปาไท่ผิงอร่ิยมากเลยครับ เหนียวนุ่ม อุ่น น่ากิน เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปมา ไม่งั้นเรียกน้ำย่อยใครหลายๆคนมาแน่ๆ
ตลาดไท่ผิง |
เสร็จแล้ว ก็ขึ้นเขาไปศาลเจ้าของหมู่บ้าน
พระอรหันต์ 18 พระองค์
พระพุทธเจ้าสามพระองค์ในความเชื่อของมหายาน
ด้านหน้าของศาลเจ้า จะเห็นธงสีต่างๆที่ตกแต่งขึ้นเพราะเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมา
ทางเข้าของศาลเจ้ามีเทพเจ้าองค์สีแดง(ไม่ใช่กวนอู)ที่เป็นเทพรักษาประตูสถิตย์อยู่
ศาลาเกียรติยศที่ปรากฏชื่อของผู้บริจาคเงินพัฒนาที่ศาลเจ้าตามผนังของศาลาและแผ่นป้ายหินที่จารึกไว้ อาจจะเป็นประวัติของที่แห่งนี้ ส่วนคนที่บริจาคเงินเยอะเป็นหมื่นเป็นแสนก็จะมีรูปภาพใบหน้าอยู่หลังแผ่นป้ายนี้
ห้องน้ำของศาลเจ้า ก็นะ.........สุดยอดสมชื่อห้องน้ำจีน
ทัศนียภาพโดยรอบ
นั่งพักผ่อนที่ใต้ร่มไม้ที่ร่มเย็น ป้ายภาพอันใหญ่ข้างหลังอันแรกคือแผนที่จะพัฒนาที่ศาลเจ้าขึ้นครับ

เสร็จแล้วก็ไปสักการะศาลเจ้าแม่กวนอิมเก่าแก่ของหมู่บ้าน
ทำความสะอาด
เงียบสงบ เก่าแก่ และมีประวัติที่ยาวนาน มีอารยธรรม
ภาพพาโนรามาโดยรอบ
ผลบ๊วยจากต้นบ๊วย น่ากินทั้งนั้น
ชมสวนบ๊วยท่ามกลางภูเขาโอบล้อม
สวนบ๊วยมีอยู่ทั่วภูเขาและมีอยู่ทั่วประเทศจีนกระจัดกระจายกันไป มีเยอะมากจนขนาดที่ว่า ในสมัยสามก๊ก โจโฉ ผู้นำแห่งวุยก๊ก ใช้บ๊วยให้ทหารในกองทัพเป็นหมื่นๆนายอมเพื่อไม่ให้พูดคุยกันขณะทำศึก เพราะเดี๋ยวศัตรูฝ่ายตรงข้ามจะจับได้ และทหารทั้งหมื่นๆนายก็มีบ๊วยอมทุกนาย
ต่อจากนั้น ก็ไปเยี่ยมญาติต่อ นี่เป็นเตาโบราณ เวลาประกอบอาหารอาจจะใช้ถ่านหรือฟืนเป็นเชื้อเพลิงก็ได้ บ้านหลายหลังมีลูกเล็กเด็กแดงเต็มไปหมด ทำให้ดูสดใส ไม่เงียบเหงาครับ เด็กมีเมืองจีนมีเยอะมากกว่าเด็กที่ฮ่องกงอย่างเห็นได้ชัด ฮ่องกงมีแต่วัยรุ่นแต่จีนมีทุกเพศทุกวัยตั้งแต่เด็กทารกจนถึงคนแก่เลย
หลังจากนั้นก็ลงเขามานั่งเล่นที่บ้านคุณลุง(ญาติ) นี่คือบรรยากาศยามกลางวันครับ
นี่เป็นร้านตัดผมครับ สมถะ เรียบง่าย ตามวิถีชนบท
ตอนนั้นเป็นเวลา 11:00 เด็กนักเรียนก็จะกลับบ้านเพื่อมากินข้าว โรงเรียนในประเทศจีนเด็กนักเรียนประถมกับมัธยม เวลา 11:00 โรงเรียนจะปล่อยให้เด็กกลับมากินข้าวที่บ้านแล้วนอนพักผ่อนจนถึงเวลา 14:00 จึงจะกลับไปเรียนต่อจนเลิกเรียนเวลา 17:10 ที่เป็นแบบนี้ได้เพราะว่าบ้านอยู่ใกล้โรงเรียน เห็นมาตั้งแต่ที่ซัวเถาแล้วล่ะครับ ถ้าเห็นเด็กใส่ชุดนักเรียนกลับมาเมื่อไหร่ก็เหมือนเป็นสัญญาณบอกเวลา 11:00 นั่นเองครับ แอบอิจฉาโรงเรียนเค้านิดนึง ทำไมเมืองไทยไม่ลองทำแบบนี้บ้างนะ 5555+
สุดท้าย กลับโรงเตี๊ยมนอนเกลือกกลิ้งเล่นบนเตียง พักผ่อน แต่ผมลงไปนั่งเล่นตรงลอบบี้แล้วเห็นป้ายกล้องวงจรปิดของเค้า พออ่านภาษาอังกฤษถึงกับสตั๊นท์เลยครับ คนจีนแปลภาษาอังกฤษตรงตัวมาก อย่างที่เห็นคำว่า 小时 ในภาษาจีนแปลว่าชั่วโมง แต่คนจีนแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า small time แปลว่าเวลาเล็ก เพราะ!!! 小 แปลว่า เล็ก 时 แปลว่า เวลา รวมแล้วเป็นเวลาเล็กหรือ small time เอิ่ม.....คิดได้ไงเนี่ย = =
กระทู้ต่อไป จะพาเที่ยวเมืองเจ่าอัน เมืองใหม่ของไท่ผิง ถูโหลว บ้านดินคนจีนแคะ พาขึ้นเขาชมเมืองไท่ผิงครับบบบ เจอกันกระทู้หน้าคร้าบบบ ขอบคุณครับ ^_____^
พระอรหันต์ 18 พระองค์
พระพุทธเจ้าสามพระองค์ในความเชื่อของมหายาน
ด้านหน้าของศาลเจ้า จะเห็นธงสีต่างๆที่ตกแต่งขึ้นเพราะเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมา
ทางเข้าของศาลเจ้ามีเทพเจ้าองค์สีแดง(ไม่ใช่กวนอู)ที่เป็นเทพรักษาประตูสถิตย์อยู่
ศาลาเกียรติยศที่ปรากฏชื่อของผู้บริจาคเงินพัฒนาที่ศาลเจ้าตามผนังของศาลาและแผ่นป้ายหินที่จารึกไว้ อาจจะเป็นประวัติของที่แห่งนี้ ส่วนคนที่บริจาคเงินเยอะเป็นหมื่นเป็นแสนก็จะมีรูปภาพใบหน้าอยู่หลังแผ่นป้ายนี้
ห้องน้ำของศาลเจ้า ก็นะ.........สุดยอดสมชื่อห้องน้ำจีน
ทัศนียภาพโดยรอบ
นั่งพักผ่อนที่ใต้ร่มไม้ที่ร่มเย็น ป้ายภาพอันใหญ่ข้างหลังอันแรกคือแผนที่จะพัฒนาที่ศาลเจ้าขึ้นครับ
เสร็จแล้วก็ไปสักการะศาลเจ้าแม่กวนอิมเก่าแก่ของหมู่บ้าน
![]() |
ทางเข้าศาลเจ้าแม่กวนอิม |
![]() |
องค์เจ้าแม่กวนอิม ศาลนี้เงียบสงบมาก แต่ก็มีคนมาไหว้เยอะถ้าดูจะก้านธูปเทียน |
ทำความสะอาด
เงียบสงบ เก่าแก่ และมีประวัติที่ยาวนาน มีอารยธรรม
ภาพพาโนรามาโดยรอบ
ผลบ๊วยจากต้นบ๊วย น่ากินทั้งนั้น
ชมสวนบ๊วยท่ามกลางภูเขาโอบล้อม
สวนบ๊วยมีอยู่ทั่วภูเขาและมีอยู่ทั่วประเทศจีนกระจัดกระจายกันไป มีเยอะมากจนขนาดที่ว่า ในสมัยสามก๊ก โจโฉ ผู้นำแห่งวุยก๊ก ใช้บ๊วยให้ทหารในกองทัพเป็นหมื่นๆนายอมเพื่อไม่ให้พูดคุยกันขณะทำศึก เพราะเดี๋ยวศัตรูฝ่ายตรงข้ามจะจับได้ และทหารทั้งหมื่นๆนายก็มีบ๊วยอมทุกนาย
ต่อจากนั้น ก็ไปเยี่ยมญาติต่อ นี่เป็นเตาโบราณ เวลาประกอบอาหารอาจจะใช้ถ่านหรือฟืนเป็นเชื้อเพลิงก็ได้ บ้านหลายหลังมีลูกเล็กเด็กแดงเต็มไปหมด ทำให้ดูสดใส ไม่เงียบเหงาครับ เด็กมีเมืองจีนมีเยอะมากกว่าเด็กที่ฮ่องกงอย่างเห็นได้ชัด ฮ่องกงมีแต่วัยรุ่นแต่จีนมีทุกเพศทุกวัยตั้งแต่เด็กทารกจนถึงคนแก่เลย
หลังจากนั้นก็ลงเขามานั่งเล่นที่บ้านคุณลุง(ญาติ) นี่คือบรรยากาศยามกลางวันครับ
นี่เป็นร้านตัดผมครับ สมถะ เรียบง่าย ตามวิถีชนบท
ตอนนั้นเป็นเวลา 11:00 เด็กนักเรียนก็จะกลับบ้านเพื่อมากินข้าว โรงเรียนในประเทศจีนเด็กนักเรียนประถมกับมัธยม เวลา 11:00 โรงเรียนจะปล่อยให้เด็กกลับมากินข้าวที่บ้านแล้วนอนพักผ่อนจนถึงเวลา 14:00 จึงจะกลับไปเรียนต่อจนเลิกเรียนเวลา 17:10 ที่เป็นแบบนี้ได้เพราะว่าบ้านอยู่ใกล้โรงเรียน เห็นมาตั้งแต่ที่ซัวเถาแล้วล่ะครับ ถ้าเห็นเด็กใส่ชุดนักเรียนกลับมาเมื่อไหร่ก็เหมือนเป็นสัญญาณบอกเวลา 11:00 นั่นเองครับ แอบอิจฉาโรงเรียนเค้านิดนึง ทำไมเมืองไทยไม่ลองทำแบบนี้บ้างนะ 5555+
สุดท้าย กลับโรงเตี๊ยมนอนเกลือกกลิ้งเล่นบนเตียง พักผ่อน แต่ผมลงไปนั่งเล่นตรงลอบบี้แล้วเห็นป้ายกล้องวงจรปิดของเค้า พออ่านภาษาอังกฤษถึงกับสตั๊นท์เลยครับ คนจีนแปลภาษาอังกฤษตรงตัวมาก อย่างที่เห็นคำว่า 小时 ในภาษาจีนแปลว่าชั่วโมง แต่คนจีนแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า small time แปลว่าเวลาเล็ก เพราะ!!! 小 แปลว่า เล็ก 时 แปลว่า เวลา รวมแล้วเป็นเวลาเล็กหรือ small time เอิ่ม.....คิดได้ไงเนี่ย = =
![]() |
ภาษาอังกฤษขั้นเทพ!!! |
กระทู้ต่อไป จะพาเที่ยวเมืองเจ่าอัน เมืองใหม่ของไท่ผิง ถูโหลว บ้านดินคนจีนแคะ พาขึ้นเขาชมเมืองไท่ผิงครับบบบ เจอกันกระทู้หน้าคร้าบบบ ขอบคุณครับ ^_____^
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น